พวกคุณสามารถช่วยได้!
ทำไมพวกเราควรรักและดูแลเกาะพงัน?
ตั้งแต่การท่องเที่ยวได้นำนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เกาะพงัน ปริมาณของขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลได้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง พวกเราทุกคนควรตระหนักว่าพวกเราก็เคยเป็นนักท่องเที่ยวและพวกเรานั้นเองที่เป็นส่วนหนึ่งของการนำมาซึ่งขยะมูลฝอยเหล่านั้นเช่นกัน
ก้นบุหรี่บนชายหาดนั้นไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และมันก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-5 ปีในการย่อยสลาย นั่นก็หมายความว่าก้นบุหรี่จะคงอยู่ในระบบนิเวศซักระยะ และไม่ใช่จะมีผลกระทบแต่กับพวกเราเท่านั้น มันยังจะมีผลกับการดำรงชีวิตของพวกสัตว์น้ำและพวกนกเนื่องจากได้กินสิ่งเหล่านี้เข้าไป
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอื่นๆอีก อย่างเช่น เศษอาหาร ถุงและกล่องใส่อาหาร หลอด แก้ว ห่อบรรจุผลิตภัณฑ์ และสิ่งอื่นๆที่มนุษย์ไม่ต้องการและได้ทิ้ง สิ่งเหล่านี้ก็จะมีผลกระทบกับสัตว์ป่าโดยการได้นำสิ่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายโดยไม่ตั้งใจ หรือจากการป้อนอาหารให้กับลูกๆของเหล่าแม่นก อย่างเช่นพวกนกทะเล เป็นที่รู้กันว่าลูกโป่งและถุงขยะจะถูกบริโภคโดยปลาวาฬและเต่าทะเล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไปอุดตันระบบการย่อยอาหาร ทำให้พวกมันไม่สามารถกินได้อย่างปกติ และพวกมันก็จะหิวโหยและตายในที่สุด
สายเบ็ด แห และเชือก สิ่งเหล่านี้สามารถพันร่างกายและเป็นอันตรายต่อชีวิตสัตว์น้ำได้
พวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง?
ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทีละนิดในแต่ละปีๆนั้น ส่วนมากดูเหมือนว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากพวกที่ไปปิกนิก พวกสูบบุหรี่ และพวกตกปลาหาความบันเทิงหรือพวกตกปลาเพื่อการค้า ถ้าพวกคุณไปปิกนิกบนชายหาดหรือบนเรือ พวกคุณควรจะรู้ว่าจะจัดการกับขยะอย่างไรให้ถูกต้อง และไม่ให้มันปลิวไปปลิวมา มันไม่เป็นการดีที่จะให้คนอื่นเก็บตาม แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ควรจะเก็บขยะที่คนอื่นทิ้งไว้ด้วย เพราะว่ามันจะทำให้เกาะพงันสะอาดขึ้น และเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นเห็นและอาจทำตามในที่สุด
ถ้าพวกคุณพบนักสูบบุหรี่ พวกคุณควรจะให้ความรู้กับพวกเขาว่าตอนนี้ปริมาณของก้นบุหรี่นั้นมากแค่ไหน และก้นบุหรี่เหล่านี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยกี่ปีที่จะย่อยสลายตามธรรมชาติ ถ้าพวกนักสูบบุหรี่ทิ้งก้นบุหรี่น้อยลงวันละชิ้นและทุกวัน ชายหาดและทางเดินเท้าข้างทางก็จะสะอาดขึ้นเป็นกอง!
ถ้าพวกคุณตกปลา พวกคุณควรระวังสายตกปลาของพวกคุณ และต้องมั่นใจทุกครั้งที่ตัดสายตกปลาว่าได้เอากลับมากับคุณ เพราะว่าเอ็นตกปลานั้นต้องใช้เวลา600ปีในการย่อยสลาย
พวกเราจะสามารถช่วยได้อย่างไร?
การทำความสะอาดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมให้สัตว์ทะเลเหล่านั้น และพวกเราก็ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรงด้วย! และโดยเฉพาะเด็ก นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสอนพวกเขาให้รักและรักษาธรรมชาติด้วยเช่นกัน
พวกเราชักชวนให้พวกคุณพกถุงไปกับคุณไม่ว่าคุณจะไปส่วนไหนของชายหาด และเก็บเศษขยะลงถุงทุกครั้งที่คุณเจอ
และท้ายสุดนี้ นักท่องเที่ยวก็ควรที่จะร่วมรับผิดชอบในการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย เหมือนกับที่พวกเขาพูดกันว่า “คุณไม่ควรเอาอะไรไปนอกจากภาพถ่าย คุณไม่ควรทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และคุณก็ไม่ควรฆ่าอะไรนอกจากฆ่าเวลา” ดังนั้นพวกคุณก็ไม่ควรทิ้งขยะมูลฝอยไม่ว่าจะที่ไหน
ผลกระทบของ “ขยะมูลฝอย” ต่อระบบนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของพวกสัตว์น้ำ
เริ่มตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง การเพิ่มขึ้นจำนวนมากของปริมาณประชากรอย่างรวดเร็ว ร่วมกับการเพิ่มขึ้นอย่างมากของปริมาณขยะมูลฝอย ทำให้ทะเลของพวกเรากลายเป็นที่ทิ้งและกำจัดขยะ สิ่งเหล่านี้รุนแรงขึ้นและได้ทำลายระบบนิเวศวิทยาและสภาพแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งนั่นก็คือมีผลต่อการดำรงชีวิตของพวกสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล
การเพิ่มการตระหนักเกี่ยวกับการรักษาสภาพแวดล้อมและการรับผิดชอบต่อทั่วโลกได้กลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะปี ค.ศ. 1992 คุณเอิทธ์ ซัมมิทธ ใน ริโอ เด ฉะเนโร กลุ่มรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ ได้ประสบความสำเร็จในการปลุกจิตรสำนึกของสาธารณะชนให้ตระหนักโดยพร้อมกันว่า สาธารณะชนต้องการให้สิ่งแวดล้อมสะอาดและปลอดภัยขี้น ทั้งนี้ก็เพื่อคนรุ่นหลังของพวกเราและสิ่งมีชีวิตต่างๆที่ได้อาศัยพื้นแผ่นดินที่เรียกว่าโลกใบนี้ ดังนั้นมันจึงเป็นความจำเป็นที่นักวิทยาศาสตร์ต้องศึกษาค้นคว้าและสืบหาอย่างเฉลียวฉลาด เพื่อที่จะได้นำแนวทางความรู้ไปเผยแพร่ให้กับสาธารณะชนที่ต้องการรู้ และบุคคลเหล่านี้ก็สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดได้
สิ่งแวดล้อมเป็นพิษโดยขยะมูลฝอย
ขยะมูลฝอยสามารถมองเห็นเป็นชิ้นๆในสภาพเดิม หรือมองเห็นในสภาพที่ถูกย่อยสลายไปบ้างบางส่วน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล และโดยมากแล้วขยะมูลฝอยเหล่านี้ก็เกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น
แหล่งของขยะมูลฝอยนั้นหลากหลาย ทั้งจากคนที่มาเที่ยวชายหาด จากการกำจัดขยะโดยการนำไปทิ้งทะเลของเรือ เกิดจากซากเรือ และคลื่นลูกใหญ่ที่พัดเอาขยะจากข้างทางที่อยู่ริมทะเลลงสู่ทะเล รวมถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยโดยอุตสาหกรรมการประมงและอู่ทหารเรือ ที่สำคัญสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ก็ยังมาจากร้านอาหารและโรงแรมรอบๆชายหาดอีกด้วย
ขยะมูลฝอยที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมการประมง สายเอ็นและแห สิ่งเหล่านี้ได้ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ที่มีอันตรายมากที่สุด กลุ่มของพวกเรือประมงพวกนี้ส่วนมากบรรทุกแหที่ยาวเป็นร้อยๆไมล์ แหเหล่านี้ราคาถูกและชอบพันกัน โดยมากแล้วแทนที่จะเอามาแก้ปมให้หายพัน มันกลับถูกตัดและก็ทิ้งลงทะเล ส่วนขยะอื่นๆ เช่น อวนและเชือก ก็ถูกพบในปริมาณหนึงเช่นกัน
พูดถึงขยะจากในแผ่นดินดูเหมือนว่ามันจะไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก แก้ว เส้นใยสังเคราะห์ และพลาสติก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมในน้ำไปแล้ว ในจำพวกนี้ พลาสติกเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมันเบามาก แข็งแรงและทนทาน ผลิตได้ในราคาถูก และที่สำคัญยังใช้กันอย่างแพร่หลาย มันสามารถทนต่อน้ำและจุลชีพ ซึ่งก็หมายความว่าการทำลายมันนั้นเป็นไปได้น้อยมากๆ
พลาสติกมีผลกระทบที่สำคัญอยู่สองอย่าง อย่างแรก ผลกระทบทางด้านกายภาพหรือร่างกาย เส้นเอ็นแหนั้นมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในน้ำ และแหที่ถูกทิ้งในทะเลเพราะมันพันกันก็เป็นสาเหตุการตายของพวกแมวน้ำจำพวกขนในแปซิฟิกตอนเหนือ โดยประมาณพวกแมวน้ำนี้ตายประมาณ 50000 ตัวต่อปี ซึ่งมากกว่าสิบเท่าของการตายโดยการล่า เนื่องจากพลาสติกมีหลายสี หลายขนาด และหลายสี สิ่งมีชีวิตส่วนมากหลงผิดคิดว่ามันคืออาหาร ถุงใสๆเหล่านั้นก็เหมือนแมงกระพุนซึ่งก็เป็นของชอบของเต่าทะเล หลังจากที่มันกินเข้าไปก็จะไปขัดขวางระบบย่อยอาหารและระบบหายใจของเต่าทะเล พลาสติกยังบรรจุลมซึ่งจะขัดขวางการดำน้ำไปหาอาหารของเต่านั่นเอง จากการศึกษาพบว่าพบถุงพลาสติกในกระเพาะอาหารของสิ่งมีชีวิตนี้อย่างน้อย50ถุงต่อหนึ่งตัว ซึ่งบ่งบอกว่าการที่เต่าได้ไปหาซากอาหารและที่พักนั้น จากที่เต็มไปด้วยอาหารตามธรรมชาติ แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยพลาสติก เนื่องจากขาดประสบการ เต่าพวกนี้ได้กินพลาสติกเข้าไป แน่นอนว่ามันรู้สึกพอใจที่ได้กิน แต่ในความเป็นจริงมันยังหิวอยู่และก็จะตายในที่สุด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลส่วนมากมีนิสัยขี้เล่น โดยมากชอบไปพันกับห่วงพลาสติกที่ใส่น้ำอัดลม พอพวกมันโตขึ้นห่วงพวกนี้ก็จะยิ่งคับและรัด ซึ่งก็เหมือนกับการถูกรังแกโดยมนุษย์ นกนางนวลดูเหมือนจะถูกกระทบมากที่สุด โดยสัญชาติญาณและนิสัย นกนางนวลชอบของแวววาว นกทะเลจำนวน250ตัว ทุกๆ50ตัวจะกินพลาสติกเข้าไป ส่วนมากจะเป็นลูกปัด สิ่งเล็กๆเหล่านี้ได้ไปสะสมและเป็นส่วนหนึ่งของสายใยอาหาร
ผลกระทบที่สองคือที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีที่เป็นพิษ พลาสติกใช้เวลานานหลายปีในการถูกย่อยสลาย และยิ่งถ้าพลาสติกอยู่ในที่ที่แสงส่องไปไม่ค่อยถึง เช่นในทะเล การถูกย่อยสลายก็จะยิ่งใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิม พลาสติกประกอบด้วยสารสังเคราะห์พีซีบีจำนวนหนึ่ง และสารตัวนี้ก็จะถูกปล่อยออกมาเมื่อพลาสติกสลายตัว มันถูกค้นพบแล้วว่าปริมาณระดับของพีซีบีในตัวของนกทะเล มันเพิ่มขึ้นเกี่ยวเนื่องไปในทิศทางเดียวกับจำนวนพลาสติกที่มันกินเข้าไป
พีซีบีในร่างกายนั้นค้นพบแล้วว่ามีผลกระทบร้ายแรงต่อกระบวนการเมะทาบอริซึม ซึ่งรวมถึงการยับยั้งกระบวนการของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบ่งพร่องและอาจถึงแก่ชีวิต เมื่อเร็วๆนี้ได้มีเหตุที่พวกเราควรตระหนักไว้ นั่นคือการตรวจพบสารพีซีบีในไข่ของเต่าทะเลloggerheadในปริมาณ0.032 - 0.201 มิลลิกรัม/กรัม ในขณะที่เต่าทะเล leatherbackมีปริมาณความเข้มข้นของสารพีซีบีประมาณ1.2 มิลลิกรัม/กรัม
พวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง?
เศษขยะมูลฝอยในทะเลนั้นเป็นปัญหาหลักและควรที่จะต้องจัดการโดยการอบรมให้ความรู้ การบัญญัติกฎหมาย และกฎหมายบังคับ และที่สำคัญควรที่จะปรับเปลี่ยนขบวนการผลิตของพลาสติก การให้ความรู้กับสาธารณะชนนั้นจะมีผลดีมากมาย การรีไซเคิลนั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ถ้าเราได้วางถังขยะรีไซเคิลไว้ตามริมชายหาด เป็นไปได้อย่างมากว่าขยะส่วนใหญ่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ต้นทุนในการจ้างคนมาทำความสะอาดเศษขยะนั้นสูงมาก ดังนั้นเป็นการดีที่จะได้พวกอาศาสมัครมาช่วยกันกำจัดเศษขยะเหล่านั้นแทนอย่างต่อเนื่อง และป็นที่ชัดเจนว่าพวกเราไม่สามารถกำจัดขยะในท้องทะเลได้ แต่ขยะที่มาเกยตื้นบนชายหาดพวกเราสามารถเก็บมันไปทิ้งได้
การพยายามที่จะรณรงค์ให้ใช้พลาสติกน้อยลงเพื่อระบบนิเวศ และรณรงค์ให้ใช้สิ่งที่รีไซเคิลได้เช่น กระดาษและแก้วแทน ในขณะนี้มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนที่จะเคารพกฎหมาย ดังนั้นรัฐบาลควรจะเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น
มลภาวะของสิ่งปฏิกูลในท้องทะเลนั้นเป็นปัญหาระดับโลก แน่นอนว่าสิ่งปฏิกูลในอดีตนั้นผ่านมานั้นเราไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ในปัจจุบันพวกเรามีอากาสที่จะแก้ไขปัญหาของขยะเหล่านี้ได้ ถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและพฤติกรรมเพียงเล็กๆ แต่สิ่งเหล่านี้ก็จะสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นเพื่อชนรุ่นหลังได้